เพื่อนก็ส่วนเพื่อน! แพรรี่ เห็นต่าง อ.เบียร์ โต้กันกลางสื่อ


เพื่อนก็ส่วนเพื่อน! แพรรี่ เห็นต่าง อ.เบียร์ โต้กันกลางสื่อ


สองอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง "แพรรี่-ไพรวัลย์ วรรณบุตร" และ "อ.เบียร์ คนตื่นธรรม" ควงคู่มาเปิดใจร่วมกันเป็นครั้งแรกผ่านรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 โดยทั้งคู่ยอมรับตามตรงว่า ในช่วงแรกเคยมีความรู้สึกไม่ถูกชะตากันมาก่อน เนื่องจากมองว่าลักษณะการทำคอนเทนต์มีความใกล้เคียงและทับไลน์กัน

นอกจากนี้ ทั้งสองยังได้พูดคุยถึงเหตุการณ์ดราม่าขายทุเรียนย้อนหลัง รวมถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ได้ปรับความเข้าใจกัน จนสามารถก้าวผ่านความขุ่นเคืองในอดีตและมาร่วมงานกันได้อย่างเรียบร้อย

ไม่ถูกกันจริงมั้ย?

แพรรี่ : ตอนนี้ถูกอยู่ จริงๆ กับอ.เบียร์เจอกันเรื่อยๆ แม้ไม่มีงานก็ได้เจอกันอยู่ เราถือว่าเราเป็นกัลป์ยาณมิตรที่ดีระหว่างกัน

ก่อนรู้จักกัน เคยติดตามผลงานกันและกันมาบ้างมั้ย?

อ.เบียร์ : อาจารย์ติดตามเขาอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยเขาบวช สมัยเขาเป็นพระ ทุกคนรู้จักเขาดี เขาดัง พอสึกออกมาก็ติดตาม เขากินหมูกระทะวันแรก

แพรรี่ : อาจารย์ดูด้วยเหรอคะ


อ.เบียร์ : ตอนนั้นดู เพราะมันดัง แต่ตอนหลังไมได้ดู เราก็ปฏิบัติของเรา ตอนหลังเห็นเขาในโลกโซเชียล ในรายการ ที่เขาไปเป็นพิธีกรช่วงแรกๆ ไปถูลู่ถูกัง ไปกับรายการ ไปไล่จับผี ก็ติดตามคลิปสั้นๆ ที่ดูตลกๆ ไม่ได้ดูจริงจัง ติดตามตลอดเรื่อยๆ ชอบมุมมองความคิด

แพรรี่รู้จักอาจารย์ตอนไหน?

แพรรี่ : เริ่มเห็นอาจารย์ในติ๊กต๊อก เหมือนที่ทุกคนเห็น แต่เขาจะไม่ใส่ชุดนี้ เขาจะใส่ชุดเขียวๆ หน่อย บอกตรงๆ ตอนแรกไม่ถูกจริตเลย อะไร ใส่ชุดเขียวแข่งพระอินทร์เหรอ คอสเพลย์เป็นพระอินทร์เหรอ จะเป็นพระก็ไม่ใช่ (หัวเราะ) ชุดเขียวหัวโล้น ขอโทษนะอาจารย์ เราเห็นแล้วไม่ถูกโฉลก อาจเป็นเพราะหนึ่งเราเป็นคนมีมานะทิฐิ เราเปรียญ 9 ธรรมะทั่วไปไม่ฟังหรอก จนยอมรับว่ามีช่วงนึงที่มีกระแสคนตื่นธรรมฟีเวอร์จริงๆ เราก็เริ่มเห็นคนตัดคลิปอาจารย์มาลงบ่อยมาก พูดเรื่องเสาไฟหน้าบ้าน เราก็เริ่มทัชใจ เพราะเราเองก็เป็นคนสอนธรรมที่ต่อต้านความงมงายอยู่ ก็ทำให้เปิดใจฟัง

มีคนถามว่าไหว้เจ้าที่มั้ย?

อ.เบียร์ : ไม่ไหว้แล้ว ทุกวันนี้ไล่ตากับยายออกจากบ้านศาลพระภูมิไปอยู่บ้านพักคนชราแทน (หัวเราะ)

อ.เบียร์เพิ่งรู้ว่าแพรรี่ไม่ชอบ?

อ.เบียร์ : เพิ่งรู้ตอนเขาพูดนี่แหละว่าเขาไม่ชอบจริตเราช่วงแรก แต่เราก็ไลฟ์สอนของเราตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ใครจะเป็นยังไงก็ว่ากันไป แต่ว่าช่วงหลังๆ เรารู้จักกันมากขึ้น รายการเชิญไป สายธรรมะเหมือนกัน ได้เจอกัน ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ได้ด่าพระด้วยกัน (หัวเราะ)

แพรรี่ : ไม่เคยด่าพระค่ะ หนูเคารพพระสงฆ์มาก (หัวเราะ)

ไม่ถูกชะตา เพราะทับไลน์กัน?

แพรรี่ : ส่วนหนึ่งด้วย รู้สึกทำงานยากขึ้น หากินยากขึ้น พอมีคนตื่นธรรม แพรรี่-สมปองหายไปเลยนะ สมปองยิ่งไม่ค่อยมีงานอยู่แล้ว พอมีตื่นธรรมกริ๊บเลยทีนี้ (หัวเราะ) ตอนนี้สมปองดูแลภรรยาอยู่บ้าน ลูกชาย 5 เดือนแล้ว จริงๆ ไม่เกี่ยวกับการทับไลน์อะไรหรอก แนวทางหนูกับอ.เบียร์ อาจสอนลักษณะคล้ายๆ กัน แต่ของอาจารย์เขาแอดวานซ์มากกว่า เขามีคาแรกเตอร์ที่เป็นตัวตนของเขาชัดเจน ฉะนั้นไม่มีใครทับไลน์ใครได้ เพราะแพรรี่ไม่สามารถโกนหัวแบบคนตื่นธรรมได้ (หัวเราะ)

 

อ.เบียร์ : ทุกวันนี้ก็เหมือนนะ เวลาถอดวิกก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ (หัวเราะ)

 

แพรรี่ : โอ้ย แรงมาก (หัวเราะ)




เพื่อนก็ส่วนเพื่อน! แพรรี่ เห็นต่าง อ.เบียร์ โต้กันกลางสื่อ

แต่ทั้งคู่ถือเป็นขวัญใจคนหลายเจน เป็นธรรมะที่เข้าถึงง่าย จากชอบไม่ชอบกันบ้าง มาได้ชนจอครั้งแรก รู้สึกยังไง?

อ.เบียร์ : ตอนไลฟ์สดจะมีช่วงนึง เราชนจอร่วมกัน กระแสสังคมช่วงนั้นมีอะไร เราก็ชนจอพูดกัน มีดราม่าเรื่องอะไร บางทีมีแขกรับเชิญคนอื่นด้วย อย่างอ.ยิ่งศักดิ์ แม่ตุ๊ก ดวงตา คุณปุ๊ ปิยะมาศ มีโอกาสคุยกันเรื่องชีวิต ตอนนั้นคนดูเยอะมาก เป็นกระแสฟีเวอร์ พูดเรื่องอะไรคนก็ให้ความสำคัญ ซึ่งตอนนั้นเป็นประโยชน์นะ จัดรายการกัน เรียกว่าคนตื่นคุย คนชอบมากตัดคลิปเป็นไวรัล เป็นที่มาที่ไปตั้งแต่ตอนนั้น

ก่อนหน้านี้มีโอกาสได้คุยกันขนาดไหนถึงได้ชนจอกัน?

อ.เบียร์ : เราคุยรู้เรื่องกันอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือปกติเราไม่คุยกันส่วนตัวเลย ไม่ได้สนิทเหมือนเพื่อนทั่วไป เราสนิทกันในทางธรรมะ หรือติดตามกันในโซเชียล ในไลฟ์สด ในคอมเมนต์ แต่เรารู้อยู่แล้วเราคุย คุณแพรรี่มีทักษะอย่างนึงคือแค่เปิดพูดอะไรไป ไม่ต้องมานั่งเตี๊ยม นั่งบรีฟ ตอบได้เลย เวลาขึ้นจอ เขาจะถามว่าคุยเรื่องอะไร พอบอกเรื่องขึ้นมา ก็คุยกัน กลายเป็นธรรมชาติ คนชอบความเรียล อย่างบรีฟอาจารย์ไปรายการไหนจะไม่ชอบบรีฟ เรียลๆ ไปเลยถามอะไรรถามได้หมด เป็นฟีลเดียวกับแพรรี่ แค่พูดคร่าวๆ ก็ลุยได้เลย

ตอนนั้นชวนกันชนจอ ต่างคนต่างดัง หวังมั้ยว่าจะเกาะกันทั้งคู่?

แพรรี่ : ก็หวังบ้างนิดๆ ค่ะ (หัวเราะ) ไม่ถึงกับหวังอะไรหรอก ด้วยช่วงเวลา ด้วยบริบทเป็นประโยชน์ หนูเห็นประโยชน์ เวลาเราคุยธรรมะ เราแยกคุยกันคนเดียว ก็มีคนตามฟังนะ แต่พอเราได้แบทเทิลกัน ก็ทำให้กลุ่มคนฟังกว้างขึ้น หนูก็อยากผูกมิตรกับอ.เบียร์อยู่แล้ว พูดตรงๆ ตอนหลังเริ่มหลายอย่างที่อาจารย์พูดเป็นประโยชน์ แล้วเราหาคนพูดแบบนี้ยาก เราก็พูดอยู่แล้ว ได้อาจารย์มาอีกคน มันเหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ สองคนดีกว่ามั้ยล่ะ

เป็นฝีปากจัดจ้านด้านธรรมะ ฟังแล้วเจ็บแต่จริง สุดท้ายอ.เบียร์ชวนแพรรี่ไปบรรยายให้ความรู้?

อ.เบียร์ : ไม่ได้ชวนกันไป เจ้าภาพเขาชวนไป เขาติดต่อเป็นงานคู่ เคยมีงานคู่บรรยายกันครั้งนึง คนเป็นพันๆ เลย แล้วบรรยายก็สนุกสนาน แต่เสียดายเขาไม่ให้ไลฟ์สด เป็นงานภายในองค์กรเขา เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่เวลาจ้างคู่มันแพงไง (หัวเราะ) ค่าตัวจะมีนิดนึง เวลาไป แพรรี่เขาจะมีค่าตัวของเขา อาจารย์จะไปอีกมุมนึง ใครไปกูก็ไปหมด มีหรือไม่มีตังค์ก็ไปหมด คนละเวย์กัน คุณแพรรี่มีงานบรรยายของเขา เรามีงานบรรยายของเรา แต่เวลาจับงานคู่อาจไม่ค่อยมีเท่าไหร่ เพราะคนละมุมงานมุมอะไร แต่เอาจริงๆ เคยได้สัมผัสการบรรยายธรรมคู่กับแพรรี่ มันเป็นมุมเดียวกันเลยนะ เข้ากันได้ ทุกมุม ติดตลกเหมือนกัน มีเนื้อหาสาระเหมือนกัน แล้วแพรรี่พูดธรรมะก็ได้ แล้วพูดเรื่องการใช้ชีวิตจริงๆ พนักงานประจำต้องเจออะไร ทั้งที่คุณแพรรี่ไม่เคยทำงานประจำ แต่สามารถบอกในมุมมองคนทำงานประจำ เพราะว่าเวลาฟังธรรมะ ธรรมะมันเข้าใจทุกคน ความรู้สึกเหมือนกันหมด มันก็ไลฟ์ได้

 

ตอนนี้มีไลฟ์สด มีคอมเมนต์นึงบอกว่า ทั้งสองท่านทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ในยุคที่ค่อนข้างมืดมน?

แพรรี่ : โห ขอบคุณนะคะ เพราะถ้าคอมเมนต์ด่าเราก็ไม่อ่านค่ะ เราเลือกคอมเมนต์อวยๆ มา (หัวเราะ)

 




เพื่อนก็ส่วนเพื่อน! แพรรี่ เห็นต่าง อ.เบียร์ โต้กันกลางสื่อ

จากชนจอ ไปบรรยายเจอกันตัวจริงๆ เป็นยังไง?

แพรรี่ : หนูมองว่าอ.เบียร์เป็นคนไม่มีนอกไม่มีใน ในหน้าไลฟ์สดเป็นยังไง ตัวตนอาจารย์ก็เป็นแบบนั้น นี่พูดจากใจ จากการสัมผัสมาหลายๆ ครั้ง หลายๆ งาน จนมีการไปพบที่บ้านเจอกันบ้าง อาจารย์เป็นคนน้ำใสใจจริงสำหรับหนู เป็นกัลยาณมิตรไม่ได้ ไม่ใช่หน้าไลฟ์สดเป็นอย่างนึง หลังไลฟ์สดเป็นอย่างนึงสำหรับหนูไม่มี เท่าที่เคยเจอมา ไม่เคยมีเลยแม้แต่ครั้งเดียว อาจารย์ลองพูดบ้าง ลองพูดมุมไม่ดีบ้าง (หัวเราะ)

อ.เบียร์ : ไม่มี มีมุมเดียวที่รู้สึกขัดเคืองกับแพรรี่ คือเขาไม่ยอมเปิดเผยตัวตนจริงให้เราได้ดู เราเคยบอกว่าทำไมเจออาจารย์ ไม่เคยแต่งผู้ชายเลย แต่งแบบนี้ตลอดเลย

แพรรี่ : เวลาอาจารย์ไปนึกถึงความเป็นจริงก่อน กล้อง 10 ตัว หนูไม่เหมือนอาจารย์ไง หนูไม่ได้รอดทุกมุม หนูไม่ใช่พี่เป็กกี้ หนูไม่ใช่เบนซ์ พรชิตา (หัวเราะ) ไลฟ์ทีไปทุกช่องทาง หนูต้องเซฟตัวหนูเองไว้ก่อนสิ

ลงคลิปตอนไม่ได้แต่งอะไรก็หล่อนะ?

แพรรี่ : โอ้ย กี่แอปฯ ล่ะคะ (หัวเราะ)

สนิทกันจนอ.เบียร์ไปหาแพรรี่ที่บ้านบ่อยๆ ตอนหลังไม่ได้ไปหาแพรรี่แล้ว ไปหาคุณแม่?

อ.เบียร์ : ใช่ พรุ่งนี้ตั้งใจไปเยี่ยม เพราะว่าติดตามคุณแพรรี่ตลอด ตั้งแต่คุณแม่เข้ารพ. เราได้คุยกับแพรรี่ว่าเป็นระยะสุดท้าย หมอยุติการรักษา รักษาตามอาการ ตอนหลังมาเห็นว่าร่างกายทรุดลงเร็ว และอ่อนเพลีย จากที่เดินเหิน ทำกับข้าวของเขาเอง พูดจา แข็งแรง แต่หลังๆ เริ่มเพลีย อยากจะหลับตลอดเวลา นอนเยอะขึ้น เราเห็นเลยว่าเป็นช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา เราอยากไปเยี่ยม หนึ่งให้กำลังใจแพรรี่กัลยาณมิตรเรา สองอยากให้กำลังใจคุณแม่เขาด้วย อย่างน้อยที่สุดเผื่อว่ามีโอกาสสนทนาธรรมกับเขา ให้เขาได้เตรียมตัวเองมากขึ้น ซึ่งเข้าใจโดยปกติลูกเรียนรู้ธรรมะ แต่มุมความเป็นลูกอาจเป็นอีกมุมนึงมุมคนนอกอาจเป็นมุมนึง ช่วยสนทนาให้เขาเข้าใจมากขึ้น จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวเอง เพราะช่วงเวลาสุดท้ายมันสำคัญ

 

อ.เบียร์ไม่ได้ไปแค่คุณแม่คุณแพรรี่อย่างเดียว ท่านอื่นที่กำลังจะสิ้น อาจารย์ก็ไปเวลาใครเชิญ ไปสนทนาธรรมเพื่อส่งภพภูมิสุดท้ายให้จิตสว่าง อยากให้อาจารย์อายุยืน ถึงวาระเป็กอาจารย์มาให้เป็กได้มั้ย?

อ.เบียร์ : ไม่ต้องรอถึงวาระ วาระนี้เลยก็ได้ จริงๆ การเตรียมตัวต้องรอตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอใกล้ มันเตรียมตัวไม่ทัน มันช้า ไม่ต้องไปรอ บางทีปัญญาแต่ละคนช้าเร็วไม่เท่ากัน อย่างนี้อาจต้องใช้เวลานาน

สมแล้วที่เรียนธรรมมา มองออก?

อ.เบียร์ : (หัวเราะ)

 




เพื่อนก็ส่วนเพื่อน! แพรรี่ เห็นต่าง อ.เบียร์ โต้กันกลางสื่อ

เรื่องความเห็นไม่ตรงกันเรื่องไฟไหม้ โต้ตอบกันหน้าสื่อ?

แพรรี่ : ฟาดสื่อเขียนแล้วกัน เราไม่ได้รู้สึกว่าฟาดหรอก เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นประเด็นดังมากเนอะ ใครก็พูด หนูก็ชอบพูดอะไรที่เป็นประเด็นสาธารณะอยู่แล้ว คนก็ถามเวลาไลฟ์สด เราก็พูดกับคนที่ถาม ไม่ได้ว่าพูดเพราะมีปัญหากับอ.เบียร์ นี่เลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทุกวันนี้ยังนับถืออ.เบียร์ได้ เพราะหลายๆ ครั้งที่เราพูดอะไรที่เป็นความเห็นขัดกัน อาจารย์ไม่มีอะไรที่แสดงให้เราเห็น ให้มีความรู้สึกว่าผิดใจกันเพราะความเห็น ไม่มีเลยสักครั้งเดียวนะคะ

อ.เบียร์ : มันเป็นเรื่องความเห็น ความเห็นแต่ละคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว จริงๆ มีลูกศิษย์เสี้ยมนะ เอฟซีบอกคุณแพรรี่ฟาดอาจารย์แล้ว เป็นยังไงล่ะมึง เขาไม่เห็นด้วยกับอาจารย์แล้ว เห็นหรือเปล่า อาจารย์ก็ด่าในไลฟ์สดว่าพวกมึงสันดานเสี้ยมให้คนตีกัน ทั้งที่อาจารย์ไม่ได้มีอะไร แม้แต่ทนายดังๆ อินฟลูฯ ออกมาแสดงความคิดเห็นในช่วงนั้น อาจารย์ไม่พาดพิงถึงใครเลยนะ เพราะทุกคนมีสิทธิ์แสดงความเห็น หนึ่งในนั้นที่เราติดตามคือคุณแพรรี่ อยากบอกว่าก็ถูกต้องแล้ว ที่คุณแพรรี่แสดงความเห็น ไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่ละคนแสดงความเห็นถูกต้องกันหมด ไม่มีใครเห็นผิด เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองของแต่ละคน แต่ละคนก็พูดในมุมแต่ละมุมที่มีอยู่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีหลายมุมมาก แต่จะให้พูดครอบจักรวาลมุมนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก พอหยิบมุมนี้มาพูดแต่คนเห็นมุมอื่น เขาก็อ้าว ทำไมพูดมุมเดียว เราพูดให้ทุกคนเห็นในแบบเราทุกเรื่องไม่ได้

 

ถ้าฟังเต็มๆ จะเข้าใจสิ่งที่สื่อสาร?

อ.เบียร์ : ถูกต้อง อาจารย์ก็บอกว่าต้องเยียวยา ไปเรียกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่อาจารย์พูดในมุมของการรับผลของการกระทำ พอเวลาคุณแพรรี่แสดงความคิดเห็น มีมุมที่อาจารย์เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เหมือนทุกคนเห็นบางอย่าง แต่เราจะไม่ทะเลาะกัน ในสังคมต้องมีหลากหลายความเห็น ย่อมเกิดความสวยงามของสังคม ทำให้สังคมพัฒนาไปข้างหน้า ความเห็นเดียวสังคมไม่เติบโต ขัดเกลาเปลี่ยนแปลงกันไป สังคมถึงจะเติบโตขึ้น

แพรรี่ : คนเรามันคบกัน มากกว่าความเห็น ความเห็นแค่ผิวเผิน แต่จะคบกันได้ยาวจริงๆ หนูว่าเป็นเรื่องอัธยาศัยและอะไรหลายๆ อย่าง เป็นเรื่องน้ำใสใจจริง ไม่ได้เกี่ยวกับความเห็นเท่านั้น

 




เพื่อนก็ส่วนเพื่อน! แพรรี่ เห็นต่าง อ.เบียร์ โต้กันกลางสื่อ


ถ้าเห็นอีกฝั่งแปลกๆ สามารถทักเตือนกันได้?

แพรรี่ : ทักเตือน หลังๆ เรื่องผู้ชายก็ให้อาจารย์ด่าตลอด (หัวเราะ) อาจารย์ด่าหนูหน่อยสิ หนูตื่นทุกเรื่องนะ แต่เรื่องผู้ชายหนูไม่ค่อยตื่นเลย อาจารย์พูดหน่อยสิ (หัวเราะ)

 

อ.เบียร์ : เคยมีกระแสสมัยผู้ชายดราม่า คุณแพรรี่มาถาม อาจารย์อัดคลิป เขาพาวิดีโออัดคลิปให้อาจารย์ด่าเขา แต่พอด่าเสร็จเขาบอกว่าอันนี้ลงไม่ได้ (หัวเราะ)

แพรรี่ : ถ้าลงไป อีพวกรอซ้ำเติมจะเต็มไปหมด อาจารย์เบียร์พูดดีมาก (หัวเราะ) ด่าแรงมาก ด่าแบบนี้เก็บไว้ดูเองดีกว่า อาจารย์ด่ายังไงบ้าง

อ.เบียร์ : ก็ด่าว่าเนี่ยเป็นสันดานมึงเอง มึงไม่รู้จักแยกแยะ มักมาก เป็นยังไง สันดาน ควรโดนแล้ว คนเก่ากลับมาแล้วคนใหม่มึงก็จะเอา แทงเข้าแทงออกอยู่นั่นแหละ ด่าไปๆๆ (หัวเราะ)

แพรรี่ : อาจารย์ว่าหนูมักมากได้ไง หนูก็กินทีละอัน ถ้าหนูมักมาก หนูต้องกินทีละหลายอัน (หัวเราะ) ตอนนี้หนูกินทีละอัน ด่าหนูแรง หนูเลยเอาลงไม่ได้ไง (หัวเราะ)

 

อ.เบียร์ : อาจารย์ก็รอ ทำไมคลิปนั้นไม่ลงสักที (หัวเราะ)

แพรรี่ : ใครจะลงล่ะ ด่าขนาดนั้น (หัวเราะ)

แพรรี่มีบอกเตือนอะไรอาจารย์?

แพรรี่ : มีๆ มีบางช่วงเวลา อาจารย์พักผ่อนน้อยมีช่วงนึงกล่องเสียงอักเสบ เข้ารพ. แอดมิต หรือเชิญคนอื่นขึ้นจอ อาจารย์เป็นคนใจกว้างให้คนอื่นพูดอะไรไปเรื่อย ให้คนขึ้นจอมาว่าตัวเอง ว่าไม่มีเหตุมีผล ก็รู้สึกว่าภาพลักษณ์แบบนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นะ เหมือนมีคนรอเสี้ยม รอซ้ำเติมเยอะอยู่แล้ว เราก็จะเตือนอาจารย์ว่า อาจารย์คัดกรองคนเถอะ อย่าเหนื่อยเลย เพราะบางคนไม่ได้ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับเรา มันขึ้นมาเพื่อที่จะพูดสิ่งที่มันอยากพูดแล้วมันก็ไป พูดเพื่อทำลาย อาจารย์พักผ่อนเยอะๆ ช่วงแรกอาจารย์ถือศีลแปดทำงานทุกวันมันไม่ได้หรอก พักผ่อนน้อย กินน้อย ทำงานเหมือนฆราวาสอย่างพวกเรา จริงๆ อาจารย์ก็ฆราวาสนั่นแหละ แต่ถือศีลเยอะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ เหนื่อยไปเยอะไป ทานน้อยแต่ทานเยอะ

อ.เบียร์ : แพรรี่ก็จะเตือนอาจารย์ อย่างช่วงนึงมีดราม่าหนักๆ ว่าอ.เบียร์เปลี่ยนไป แล้วตอนนั้นเรามีคอนเทนต์มีอะไรของเรา คุณแพรรี่ก็เตือนว่าบางทีมีเอะนะ ไปไลฟ์สดขายของคนอื่น เขาเปิดเพลงเปิดลำโพงดังๆ แล้วเขาก็เต้นกัน อาจารย์นั่งนิ่งขายของ เราเข้าไปอยู่ในบริบทนั้นเราก็นั่งขำ เราก็ขอบคุณคุณแพรรี่ที่เตือนเรา เราก็ปรับบริบทในช่วงนั้น มันจะมีคอนเทนต์บางช่วงที่เหมือนคนเชียร์ ยุ เราก็เหมือนมีคนมาด่าเราเยอะ ว่าเรารวยแล้ว เราก็บอกว่า เออ กูรวยจริง เราด่าตามสไตล์ของเรา แล้วเริ่มมีคนไม่ชอบ จริงๆ ดราม่าเกิดจากการที่อาจารย์ไปเข้าข้างคนดังคนนึง แต่ความจริงเราไม่ได้เข้าข้างเขา เราพูดถึงคุณงามความดีเรื่องมูลนิธิ ปรากฏว่าทัวร์ลงอาจารย์ ทีนี้เวลาอาจารย์ทำอะไร อาจารย์เป็นคนพูดเสียงดังอยู่แล้วนะ แต่ตอนนั้นพอพูดปุ๊บโดนดราม่าหนัก แพรรี่เตือนเรื่องนี้ว่าหยุดหน่อย แล้วต้องไม่ให้ไอ้พวกนี้ขึ้นมาเพราะพวกนี้ขึ้นมาต่างคนต่างบอกว่าอาจารย์เปลี่ยนแล้วทำให้เรายิ่งดูแย่ เหมือนเราแก้ตัว เขาบอกทำไมแพรรี่เตือนมึงรับฟังเลยนะ คนอื่นเตือนตั้งเยอะตั้งแยะไม่ฟัง อยากบอกว่าก็พวกมึงเตือนกูพวกมึงไม่ได้เจตนาดีกับกูนี่ แพรรี่เขาเจตนาดี กูก็เลยฟังเขาไง จะบอกเสมอเวลาเราฟังอะไรใครก็แล้วแต่ เราต้องฟังคนเจตนาดีกับเรา เจตนาชั่วเราจะฟังทำไม ใครเตือนต้องฟังคนที่เป็นบัณฑิต เราถือว่าคุณแพรรี่เป็นบัณฑิต เป็นกัลยาณมิตรที่ดีกับเรา เตือนเราด้วยความเมตตา เราควรปรับปรุงตัวเอง

แต่ชาวเน็ตบางคนไม่เห็นความสว่าง?

แพรรี่ : จะสว่างได้ไง ในนรกมันมืด มึงอยู่ในนรก มึงลองขึ้นไปอยู่สวรรค์สิ (หัวเราะ)

ทำไมแพรรี่-อ.เบียร์ชอบไปยุ่งแสดงความคิดเห็นกับสังคม ทำไมไม่อยู่เงียบๆ ทำไมชอบไปยุ่งกับเรื่องโน้นเรื่องนี้ หาแสงใช่มั้ย?

แพรรี่ : ความเห็นของคนที่ยังนินทาชาวบ้านอยู่ไม่ถูกนับค่ะ คนอยู่ในสังคม ใครบ้างไม่พูดเรื่องสังคม ไม่มีหรอก ตอนแรกเราพูดยังไงเพื่อให้เกิดประโยชน์ เราพูดแล้วคนฟังได้ประโยชน์จากสิ่งที่เราพูดหรือเปล่า หลายๆ เรื่องเราพูดเพื่อให้แนวทางกับคน ให้สติคน ให้แง่คิดคน เราไม่ได้พูดสุมไฟเข้าไป ทำลายสังคมให้เกลียดชังแตกแยกกัน นี่คือหลักของหนู เวลาออกมาพูดอะไร ต้องได้ประโยชน์กับคนฟัง ความเห็นคนที่ยังนินทาคนอื่นอยู่ ไม่ถูกนับค่ะ

 

อีกคน "พี่อั๋น ภูวนาท"?

อั๋น : ธรรมะเขาเข้มข้นมาก ไม่ต้องขอคำแนะนำจากพี่อั๋นหรอกครับ คงเป็นเรื่องแปลก ถ้าระดับนี้มาขอคำแนะนำจากพี่อั๋น แต่ถ้าจะพูด มันมีวิธีผ่านดราม่าคนละแบบ

พี่ก็เจอดราม่าร้อยตลบ?

อั๋น : พี่ไม่ได้เข้มข้นขนาดนั้น และไม่ได้แสวงหาดราม่า ไม่ได้พูดทุกเรื่อง พูดเรื่องที่อยากพูด พูดเฉพาะเรื่องที่มีประโยชน์ บางเรื่องเงียบบ้างก็ได้

แพรรี่ : นี่เตือนหนูกับอ.เบียร์ใช่มั้ยคะ (หัวเราะ)

อั๋น : ไม่ เตือนตัวเอง

ทั้งสามท่านรู้จักกันจากกระแสดราม่า?

อั๋น : ไม่ได้รู้จักเพราะเราเป็นเหยื่อสังคมเหมือนกัน เรารู้จักกันจากการทำงานแหละเนอะ คลับฟรายเดย์โชว์ พี่อั๋นก็ไปไลฟ์ล

 

แพรรี่ : ถ้าพี่ๆ ในวงการ หลายๆ ท่าน ความเห็นพี่อั๋นเป็นความเห็นนึงที่ถ้าพี่อั๋นพูดอะไรหนูรู้สึกว่าหนูต้องอ่าน เพราะหนูจะได้อะไรที่พี่อั๋นเขียนลง หรือโพสต์ลงไป ต้องหยุดอ่าน

อั๋น : ไม่ได้พูดคืนนะ หลายๆ ครั้งก็จะแชร์สิ่งที่เขาพูด บางเรื่องก่อนจะพูดผมไม่ได้รีบ ผมไม่ได้ซัดทันที ไม่ได้ตั้งใจเกาะกระแส เอาแสง นั่นไม่ใช่งานหลักของพี่ในการคอมเมนต์ แต่ถ้าจะพูดแปลว่ามีอะไรที่คิดว่าพูดแล้วเป็นประโยชน์ ก่อนมั่นใจว่ามันน่าจะใช่นะ น่าจะเป็นประโยชน์ ผมก็ฟังเยอะๆ อ่านเยอะๆ แล้วส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดที่อยู่ในความทรงจำ ผมไม่เคยไม่เห็นด้วยกับเขาเลย ผมกดไปอ่าน เขาจะมีความคิดเห็นที่ผมรู้สึกว่าเป็นประโยชน์และต่อยอดเราได้ บางทีเตือนสติเราได้

 

ก่อนเจอกัน คิดว่าพี่อั๋นเป็นยังไง?

อั๋น : นี่ถามคำถามให้เขาด่า นี่เจตนาชงใช่มั้ย (หัวเราะ)

อ.เบียร์ : ตอนแรกเขาถามว่าคุณอั๋นแกแรงยังไง อาจารย์ก็ตกใจ เพราะไม่เคยเจอคุณอั๋นในมุมนั้น แต่เมื่อกี้เดินเข้ามา แล้วมีดราม่านึงที่เคยปรากฎขณะที่คุณอั๋นไลฟ์สดกับอาจารย์ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าคุณอั๋นตอบโต้ เขาบอกคุณอั๋นนั่งไขว้ห้างกับอาจารย์ คุณอั๋นเหมือนตอบโต้ว่าทำไมเหรอ ทำไมนั่งไม่ได้

อั๋น : เราเถียงกันเรื่องนี้เยอะมาก ถ้าเตือนว่านั่งไขว้ห้างระวังไม่ดีต่อสุขภาพ ถ้านั่งนาน เปลี่ยนท่าบ้าง ก็โอเค แต่เหมือนเราคุยๆ กันอยู่ บอกนั่งไขว้ห้างมันไม่สุภาพ ไม่รู้เหรอ เรานั่งรวบอวัยวะทุกอย่าง การนั่งไขว้ห้างโดยเฉพาะผู้หญิง สุภาพกว่าไม่ไขว้ห้างอีกนะ ผมก็รู้สึกว่าคอมเมนต์บางคอมเมนต์มีเจตนา เราก็รู้ว่าเราเข้าทางนะ หลายคอมเมนต์ไม่ได้คอมเมนต์เพื่อความถูกต้องใดๆ ทั้งสิ้น แต่คอมเมนต์เพื่อให้ได้รับความสนใจ เป็นไปได้ว่าอาจเป็นคอมเมนต์จากคนที่ขาดความสนใจในชีวิต เขาไม่ได้รับความสนใจ บางครั้งก็บอกว่าปล่อยผ่านๆ ไป แต่บางครั้งถ้าไม่ได้เหนื่อยเรามาก เราก็ให้ความสนใจเขาไป เผื่อเขาจะนอนหลับสบายขึ้นคืนนี้ ก็ให้เขาทำ

สลิ้งแตกคืออะไร ดราม่าทุเรียน?

แพรรี่ : ของหนูลูกค้าสลิ้งแตกก่อน แม่ค้าเลยช่วยสลิ้งแตกตาม จะได้วินๆ (หัวเราะ) มีเคสลูกค้าคนนึงเขาน่าจะไม่เคยทานทุเรียนออนไลน์ เขาคิดว่าทุเรียนซื้อไปได้ปุ๊บต้องปอกได้เลย กินได้เลย ทุเรียนส่วนใหญ่ถ้าขายออนไลน์ต้องเป็นทุเรียนแก่ที่ยังไม่สุก ลูกค้าต้องเอาไปบ่มเองประมาณ 3-4 วัน ไม่งั้นเราขายทุเรียนสุกไปถึงจะเป็นทุเรียนเละ เขาอาจจะไม่เคยทาน แล้วเขาไม่ทำตามขั้นตอน ปีนี้หนูลงทุนทำกล่องมีรายละเอียดครบถ้วน วิธีทานทุเรียนทำไง ไม่จ้า ไปถึงก็ปอกทั้งลูกเลย แล้วทุเรียนมันแก่แล้วแต่ยังไม่สุกเขาก็คิดว่าเราขายทุเรียนอ่อน เขาก็ด่าเรา ส่งข้อความมา หนูก็ให้ลูกน้อง แอดมินทีมหลังบ้านค่อยๆ คุยกับเขาไป แต่เราแจงว่าเคสนี้เคลมไม่ได้นะ เพราะไม่ได้ทำตามขั้นตอนของร้าน เขาน่าจะไม่พอใจ เขาด่าว่าเลวมาก หนูกำลังไลฟ์ขายของอยู่ไง สลิ้งแตกเลย ทำไมมึงไม่อ่านคู่มือล่ะ (หัวเราะ) แต่เจอทุกปีนะ ขายทุเรียนออนไลน์ทำใจไว้เลย มันยากมาก ผลไม้ก็ยากอยู่แล้ว ทุเรียนคูณสองไปเลย ถ้าใครจะทำ

 

อ.เบียร์ก็สลิ้งแตกเหมือนกันกับลูกค้า?

อ.เบียร์ : จริงๆ ไม่ได้สลิ้งแตกกับลูกค้า สลิ้งแตกกับเจ้าของสวน ดราม่าอาจารย์เกิดจากเราไปคุยเรื่องทุเรียน ตกลงทำสัญญากันเรียบร้อย เพราะเราเหมาสวน เราเหมาเฉพาะเกรดเอ บี เกรดดีจริงๆ ที่เราคัดมา แต่พอถึงเวลาเปิดตู้ไม่ตรงปก ตายห่xแล้ว มีตู้เดียวสุกทั้งคัน ขณะที่คันที่เหลือไม่มีปัญหาเรื่องนี้ แสดงว่ามันสุกจากที่แรกมาก่อนอยู่แล้ว แล้วมาสุกที่เราด้วย พอเป็นแบบนี้ปัญหาก็เกิดเยอะแยะมากมาย แต่เอาล่ะ เราเคลียร์กันจบหมดแล้ว แต่วันนั้นพูดถึงดราม่าที่มันไม่ตรงปก ขายปุ๊บงานเข้าสิ เราซื้อทุเรียนมาก็ไม่ใช่ราคาถูกนะ เราซื้อทุเรียนไปช่วยเกษตรกร แล้วเราซื้อราคาแพง คนในพื้นที่นั้นบางสวนเขาบอกว่าอาจารย์โดนแล้ว เขาไปกินต่อกัน เขาซื้อมาขายอาจารย์ราคานี้ เขาไปซื้อจากสวนคนอื่นมา ทั้งที่เราบอกเขาแล้วว่าอย่าเอาจากสวนคนอื่นนะ แล้วห้ามตัดก่อน รอเราไปถึง ซึ่งเขาตัดก่อน ทำทุกอย่างเละเทะไปหมด เราก็พยายามควบคุมว่าไม่เป็นไร ตีกลับไป ก็เรียกเอากลับมาเพื่อรักษาผลประโยชน์เขากับเราให้ได้มากที่สุด แต่ก็รอดมาได้ ไม่เจ๊ง




เพื่อนก็ส่วนเพื่อน! แพรรี่ เห็นต่าง อ.เบียร์ โต้กันกลางสื่อ

โดนไปหลายล้าน?

อ.เบียร์ : ลงทุนไป 2 ล้าน ได้กำไรกลับมา 2-3 แสน ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ในระยะเวลา 5 วันก็โอเคอยู่

บางคนขายทุเรียน จนมีบ้านอยู่จันทบุรีร้อยล้าน?

แพรรี่ : โอ๊ะ ร้อยล้านนี่ขายอะไรคะ (หัวเราะ) เขาบอกกะเทยพูดต้องเอาร้อยหาร เป็กกี้พูดต้องหารเท่าไหร่คะ (หัวเราะ) ไม่ถึงค่ะหลังเล็กๆ ตั้งใจทำเป็นบ้านสวน อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

อ.เบียร์ : อาจารย์ยืนยันไม่เล็กเลย ใหญ่มาก ไปเหยียบมาด้วยตัวเองแล้ว

แพรรี่ : สองชั้นทรงเหมือนสถานีตำรวจ ได้แบบจากสถานีตำรวจใกล้บ้านค่ะ

ที่กี่ไร่?

แพรรี่ : รวมทั้งหมดก็เกือบ 6 ไร่ค่ะ

ประมาณ 20 ล้าน?

แพรรี่ : เกินไปแล้วค่ะ อ.เบียร์ไปหลายครั้งแล้ว ไปตั้งแต่บ้านยังเป็นเสาอยู่ค่ะ จนบ้านเสร็จแล้ว

 



ชมคลิป
VVVV
VV
V


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์